
อยากทำขายฝากแต่ไม่รู้จะเลือกนายทุนรับขายฝากเจ้าไหนดี? เพราะปัจจุบันการขายฝากมีหลายนายทุน หลายเจ้า มีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา กลัวไปเจอนายทุนนอกระบบคิดดอกเบี้ยแพง โฆษณาเกินจริงด้วย วันนี้สมาร์ทฟินน์จะพาไปดูวิธีการเลือกนายทุนรับขายฝากอย่างไร? ให้ปลอดภัย และเปรียบเทียบให้ชัดว่า นายทุนขายฝากในระบบและนายทุนนอกระบบ ต่างกันอย่างไร?
การขายฝากคืออะไร?
การขายฝากคือการเอาสินทรัพย์เช่น โฉนดที่ดิน บ้าน และคอนโดมาฝากไว้กับผู้รับซื้อฝาก (นายทุน) โดยมีเงื่อนไขระยะสัญญาขายฝากไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี และต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปีตามที่กฎหมายกำหนด การทำธุรกรรมการขายฝากต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น
นายทุนรับขายฝากในระบบ คืออะไร?
เป็นบริษัทฯ มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถติดต่อในวันเวลาทำการได้ มีทุนสำหรับการประกอบกิจการ และมีการจ่ายเงินภาษีกับกรมสรรพากรทุกเดือนหรือทุกปี ทำการขายฝากตามขั้นตอน เปิดเผยโปร่งใส และดอกเบี้ยการขายฝากเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
นายทุนรับขายฝากนอกระบบ คืออะไร?
เป็นกลุ่มนายทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้มีการจดทะเบียนบริษัทฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สามารถติดต่อได้ ไม่ปรากฎสถานที่ตั้งที่ทำการชัดเจน กรณีของนายทุนนอกระบบจะมี 2 ประเภท คือนายทุนนอกระบบใจดี นายทุนกลุ่มนี้คือปฏิบัติตามขั้นตอนการขายฝากตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เอาเปรียบผู้ขายฝากซึ่งอาจมีส่วนน้อย แต่นายทุนนอกระบบเป็นกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คิดดอกเบี้ยแพงเกิน 15% และอาจจะมีคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เป็นลักษณะที่เอาเปรียบผู้ขายฝาก
เปรียบเทียบนายทุนรับขายฝากในระบบและนายทุนรับขายฝากนอกระบบสังเกตอย่างไร?
| เงื่อนไข | นายทุนรับขายฝากในระบบ | นายทุนรับขายฝากนอกระบบ |
| ที่ตั้ง | มีสถานที่ตั้งชัดเจน จดทะเบียนบริษัทถูกต้อง | สถานที่ตั้งไม่ชัดเจน เป็นรูปแบบของบ้านหรือคอนโด |
| ดอกเบี้ย | 9%-15% ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด | มากกว่า 15% ต่อปี หรือมีการคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นระหว่างสัญญา + ค่าบริการอื่น ๆ ค่าแรกเข้า ฯลฯ |
| วงเงินอนุมัติ | วงเงินสูง | วงเงินต่ำ |
| ระยะเวลาสัญญา | ไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี | แล้วแต่ตกลง |
| การชำระหนี้ | สามารถปิดภาระหนี้ได้ง่าย | มีความยากในการปิดชำระหนี้ |
| การิดต่อ | เนื่องจากมีที่ทำการที่ชัดเจน ติดต่อได้ง่าน | หากมีแค่เบอร์โทรศัพท์ อาจติดต่อไม่ได้เลยหลังทำสัญญา |
| การทำสัญญาขายฝาก | ใช้เอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียดชัดเจน ชื่อผู้ขายฝาก ผู้รับซื้อฝาก ระยะเวลาการไถ่ถอน จำนวนเงินการขายฝาก เซ็นสัญญา ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น | เป็นบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ไม่ได้เซ็นสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน |
| การใช้ประโยชน์ในหลักทรัพย์ขณะขายฝาก | สามารถอยู่อาศัย ค้าขาย หรือปล่อยเช่าได้ตามเดิม | เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากตามที่ตกลงกันกับผู้รับซื้อฝาก |
| การไถ่ถอน | สามารถทำการไถ่ถอนได้ ไม่มีนโยบายในการยึดทรัพย์ | อาจจงใจยึดทรัพย์ ติดต่อเพื่อขอไถ่ถอนยาก |
ดังนั้นหากตัดสินใจทำการขายฝากให้ศึกษาข้อมูลให้ดี เพื่อไม่ให้ไปเจอกับนายทุนขายฝากนอกระบบที่คอยเอารัดเอาเปรียบผู้ขายฝาก หากสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับการขายฝาก สามารถติดต่อสมาร์ทฟินน์ มีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้คำแนะนำ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการขายฝาก ให้คำปรึกษาฟรี
มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ได้วงเงินสูงถึง 70% คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หากคำนวณดอกเบี้ยต่อปี แล้วจะอยู่ที่ 9% เท่านั้น เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาหากครบกำหนดสัญญา สามารถขยายระยะเวลาได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากสามารถอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้สมาร์ทฟินน์จดทะเบียน ในนามบริษัท จำกัด สามารถตรวจสอบข้อมูลอ้างอิงได้ มีสถานที่ตั้งชัดเจน เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส ชัดเจน ตรงไปตรงมา ติดตามดูแลตลอดสัญญา ไม่ทิ้งผู้ขายฝากระหว่างสัญญา ทุกขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการขายฝากถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจได้



