เริ่มตอนนี้ รับผลตอบแทน 9-12% ต่อปี แนะนำรับซื้อฝาก กับ สมาร์ทฟินน์ โอกาสเข้าถึงอสังหาฯ กรุงเทพในทำเล “พระราม4-คลองเตย” อีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามอง เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากผังเมืองกรุงเทพปี 70 ที่ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ทำให้ พระราม 4-คลองเตย ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ตลาดที่อยู่อาศัย ทำเลรอยต่อกรุงเทพ-ปริมณฑล ได้รับอานิสงค์ดึงดูดกำลังซื้อ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความนี้ได้เลย
ผังเมืองกรุงเทพ ปี 70 เพิ่มศักยภาพพื้นที่ ขยายทำเล พระราม4-คลองเตย เป็น CBD
ผังเมืองกรุงเทพ ฉบับใหม่ ที่กำหนดประกาศใช้ในปี 70 ได้ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อขยายศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) จากทำเล สี่พระยา สีลม สาทร สุรวงศ์ เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างแออัด โดยส่วนขยายจะยึดตามแนวถนนพระราม4 ตั้งแต่หัวลำโพง สามย่านมิตรทาวน์ ไปจนถึงคลองเตย ซึ่งตลอดแนวของถนนพระราม4 จะกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง หรือ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม
โดยบริเวณที่น่าจับตามอง คือ โครงการวัน แบงค็อก มีการปรับใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่สีน้ำตาล หรือ ที่ดินประเภทหนาแน่นมาก เป็นพื้นที่สีแดง รวมถึงพื้นที่รอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกปรับเป็นพื้นที่สีแดงเช่นเดียวกัน ส่วนบริเวณคลองเตยมีการรื้อทิ้งโครงสร้างอาคารเดิม เพื่อรอนักลงทุนประมูลและพัฒนาใหม่ โดยปรับการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นพื้นที่สีน้ำตาล สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ หรือ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ได้ และพื้นที่สีแดงเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส

5 ทำเลรอยต่อ กรุงเทพ-ปริมณฑล ดึงดูดกำลังซื้อตลาดที่อยู่อาศัย
ข้อมูลธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดอสังหาฯ จากการประกาศใช้ผังเมืองกรุงเทพฉบับใหม่ โดยมองว่าผังเมืองใหม่ ปี 70 จะพลิกโครงสร้างการแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล จากเดิมที่ผู้ซื้อต้องขยับออกไปหาบ้านราคาจับต้องได้ในทำเล นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม หรือสมุทรปราการ ทำให้กำลังซื้อส่วนหนึ่งจะเริ่มวกกลับเข้ากรุงเทพ ซึ่งโดย 5 ทำเล ดึงดูดกำลังซื้อจากโซนปริมณฑล ให้ข้ามมาซื้อที่อยู่อาศัยในฝั่งกรุงเทพที่เป็นรอยต่อ ได้แก่
- ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา
ตลาดบ้านแนวราบราคา 8–15 ล้านบาท ย่านบางใหญ่ บางบัวทอง และศาลายา กำลังเผชิญการแข่งขันโดยตรงจากการปลดล็อกผังเมืองใหม่ เนื่องจากตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ถูกปรับให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย สามารถพัฒนาโครงการได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถผุดโครงการบ้านเดี่ยว 50 ตารางวา หรือทาวน์โฮมในทำเลตลิ่งชันได้ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกับบางบัวทองหรือนครปฐม
- ดอนเมือง-หลักสี่
ผังเมืองใหม่ ปรับทำเลดอนเมือง-หลักสี่ เป็นพื้นที่สีส้มรองรับ Airport City โซนหทัยราษฎร์ คลองสามวา ผ่อนปรนให้พัฒนาโครงการแนวราบได้หลากหลายขึ้น และการเพิ่ม FAR หรือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อที่ดิน ช่วงริมถนนพหลโยธิน ทำให้ผู้ซื้อที่เคยมองหาบ้านโซนรังสิต-นครนายก หรือลำลูกกา เริ่มชั่งน้ำหนักใหม่โดยยอมจ่ายแพงขึ้นอีกนิด เพื่อซื้อบ้านย่านดอนเมือง สายไหม หทัยราษฎร์ หรือคลองสามวา แลกกับการได้ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีแดง ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

- ฉลองกรุง-ลาดกระบัง
เดิมกำลังซื้อคือกลุ่มบุคลากรสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง แต่การปลดล็อกพื้นที่บริเวณถนนฉลองกรุงเป็นพื้นที่เขียวทแยงขาว หรือที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ สามารถซอยแปลงที่ดินทำบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮม เปิดโอกาสให้เกิดโครงการในทำเลที่ใกล้แหล่งงานมากกว่าเดิม
- จอมทอง
พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ – ครุใน) ทำเลหลักของการพัฒนาคอนโดรองรับกลุ่มพนักงาน Office รายได้กลางถึงสูง โดยปัจจุบันมีโครงการ High Rise ซึ่งเป็นคอนโดที่มีจำนวนชั้นตั้งแต่ 20 ชั้นขึ้นไป กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาประมาณ 20 โครงการ รวม 9,500 ยูนิต ซึ่งผังเมืองใหม่อัปเกรดพื้นที่เขตจอมทองเป็นพื้นที่สีน้ำตาล ทำให้สามารถพัฒนาคอนโดได้พื้นที่อาคารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายต่อยูนิตปรับตัวลดลง
- ลาดพร้าว
ผังเมืองกรุงเทพใหม่ ปลดล็อกและเพิ่มศักยภาพที่ดิน ในเขตลาดพร้าวและตามแนวถนนลาดพร้าว เพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าเส้นอื่นๆ ทำให้ที่ดินขนาดเท่าเดิม สามารถสร้างพื้นที่อาคารได้มากขึ้น 1.5 – 2 เท่า ดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุนจากทำเลรัชดาภิเษก-พระราม 9
ให้ขยับมาสู่ย่านลาดพร้าว เพราะได้ราคาที่ต่ำลง หรือขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นในงบประมาณเท่าเดิม
รับซื้อฝาก อสังหาฯ กับ สมาร์ทฟินน์ รับผลตอบแทน 9-12% ต่อปี
เตรียมวางแผนลงทุนอสังหาฯ ล่วงหน้า ก่อนกำหนดประกาศใช้ผังเมืองกรุงเทพ ฉบับใหม่ แนะนำ รับซื้อฝาก กับ สมาร์ทฟินน์ สามารถเข้าถึงการลงทุนอสังหาฯ ในทำเลทั้งกรุงเทพ – ปริมณฑล จังหวัดเศรษฐกิจหลักและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ครอบคลุม 41 จังหวัด รับผลตอบแทน 9-12% ต่อปี ความเสี่ยงต่ำ เพราะได้มีชื่อเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน น.ส.4 หรือ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) โดยทุกทรัพย์ผ่านการคัดกรองคุณภาพ มีการประเมินมูลค่าทรัพย์โดยบริษัทประเมินที่อยู่ในการกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อทราบมูลค่าของทรัพย์ สร้างความเป็นธรรมให้ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก
ที่สำคัญมีความยืดหยุ่น เพราะสมาร์ทฟินน์ มีอสังหาฯ หลากหลายประเภทให้ได้เลือกรับซื้อฝาก เช่น ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านในโครงการจัดสรร ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ คอนโด ฯลฯซึ่งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพเติบโต เช่น ทำเลตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ทางด่วน ศูนย์การค้า สถานที่ราชการย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือ ทำเลที่ได้รับความสนใจจากบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ เข้าไปลงทุนพัฒนาพื้นที่ เป็นต้น โดยทุกขั้นตอนดำเนินงานชัดเจน โปร่งใส ตรงไปตรงมา มีทีมงานมืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดอายุสัญญา
สนใจรับซื้อฝาก กับ สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์มที่เปิดดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 10 มีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank เชื่อมั่นจับมือเข้าร่วมทุน สามารถกรอกข้อมูลลงทะเบียนผู้รับซื้อฝาก ได้เลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-937-2289, 089-664-2622 หรือ Line Official : @smartfinn และ Facebook Fanpage : สมาร์ทฟินน์
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ , ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
